เตือนแล้วนะ ! 5 พฤติกรรมที่ทำให้ตู้เย็นพังไว
“ตู้เย็น” อีกหนึ่งเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ทุกบ้านทุกครัวต้องมีเพื่อแช่อาหารหรือป้องกันไม่ให้ของเน่าเสียโดยใช้ความเย็นเข้าช่วย โดยปกติตู้เย็นจะมีอายุการใช้งานมากกว่า 5 ปีค่ะ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่กับพฤติกรรมการใช้ของเราด้วยว่าจะเป็นการถนอมหรือให้ทำตู้เย็นพังเร็วขึ้น วันนี้เราจะมาดูกันค่ะ ว่า เตือนแล้วนะ ! 5 พฤติกรรมที่ทำให้ตู้เย็นพังไว เสียเร็วมีอะไรกันบ้าง ถ้าไม่อยากซื้อตู้เย็นใหม่ต้องไปดูค่ะ
บ้านอะไหล่ สนใจติดต่อสอบถาม ไลน์แอด
-
ตั้งตู้เย็นชิดฝาผนังมากจนเกินไป
-
ของในตู้เย็นแน่นหรือโล่งจนเกินไป
-
นำอาหารร้อนเข้าตู้เย็น
-
เปิดตู้เย็นทิ้งไว้
-
ไม่ตรวจสอบสภาพการทำงานของตู้เย็น
ตั้งตู้เย็นชิดฝาผนังมากจนเกินไป

ที่มา https://art4d.com/2019/09/fab50
โดยส่วนใหญ่ ตัวคอมเพรสเซอร์ ที่ระบายความร้อนของตู้เย็น มักอยู่ด้านหลัง ดังนั้นการตั้งตู้เย็นชิดฝาผนังมากจนเกินไป ส่งผลให้ตู้เย็นไม่สามารถระบายความร้อนได้อย่างเต็มที่ ตู้เย็นทำความเย็นได้ไม่ดีเท่าที่ควร ทำให้ตู้เย็นของคุณพังเร็วขึ้นได้ ส่วนระยะของการวางตู้เย็น ให้ห่างผนังจะอยู่ที่ประมาณ 15 เซนติเมตรขึ้นไป นอกจากไม่ควรตั้งชิดผนังเกินไปแล้ว อย่าตั้งตู้เย็นใกล้แหล่งความร้อน เกินไปด้วยนะคะ อย่างเช่นที่ ๆ โดนแสงแดดได้ง่าย เตาแก๊ส ไมโครเวฟ หรือ อุปกรณ์ใด ๆ ที่ทำให้เกิดความร้อน เพราะจะทำให้ตู้เย็นทำงานหนักมากจนเกินไป ระบายความร้อนได้ไม่ดี แถมยังกินไฟมากขึ้นอีกด้วยค่ะ
ของในตู้เย็นแน่นหรือโล่งจนเกินไป

เคยไหมคะที่ช่วงเวลายุ่ง ๆ มีอะไรก็จับยัดใส่ตู้เย็นทุกอย่าง มารู้ตัวอีกที โอ้โหแม่เจ้า ! เต็มตู้เย็นไปหมดจนแทบไม่มีพื้นที่ให้หายใจ การแช่ของในตู้เย็นมากจนเกินไป ส่งผลทำให้ตู้เย็นทำงานหนักมากขึ้น เพื่อที่จะทำให้ความเย็นสามารถหมุนเวียนได้อย่างทั่วถึงทั้งหมด ดังนั้นถ้าเราอยาก จะถนอมน้ำใจตู้เย็นของเราหน่อย ก็ควรที่จะ ใส่ของพอประมาณ ไม่มาก หรือ น้อยจนเกินไป ที่สำคัญอีกอย่างหนึ่ง คือ อย่าวางขวดน้ำหรือสิ่งของใด ๆ ที่มีน้ำหนักมาก ไว้ตรงช่องฝาประตูนะคะ เพราะจะทำให้ประตูรับน้ำหนักมากจนเกินไป จนทำให้ชำรุดหรือเสียหายได้ค่ะ ในทางกลับกันก็อย่าปล่อย ให้ตู้เย็นโล่งจนเกินไป เพราะการปล่อยให้ตู้เย็นโล่งเกินไป จะทำให้ตอนเปิดประตู ความร้อนจะเข้าไปในตู้เย็นมากกว่าปกติ ทำให้คอมเพรสเซอร์ทำงานหนัก ถ้าไม่ค่อยมีของแช่มากนัก แนะนำให้ หาขวดน้ำเปล่ามาวางแช่แก้ขัด ไปก่อนก็ได้ค่ะ ฝากไว้อีกนิดสำหรับ การแช่พวกเครื่องดื่มต่าง ๆ พวกขวดเบียร์ หรือ น้ำอัดลมที่เป็นขวดแก้ว ไม่ควรนำไปแช่ไว้ในช่องฟรีซ บางท่านอยากทานเบียร์แบบวุ้น ๆ แต่ดันแช่แล้ว ลืมจนกลายเป็นน้ำแข็ง แบบนี้อันตรายนะคะ เพราะ การแช่ขวดเบียร์ซึ่ง มีก๊าซในที่ที่มีความเย็นสูง จะทำให้เกิดการขยายตัวของก๊าซ อาจทำให้ขวดแก้วระเบิดได้ ทั้งนี้ทั้งนั้น ก่อนซื้อตู้เย็นควรพิจารณา ถึงลักษณะการใช้งาน จะได้รู้ว่าตู้เย็นขนาดไหนที่ เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของเราที่สุดค่ะ
นำอาหารร้อนเข้าตู้เย็น

การนำอาหารร้อนเข้าตู้เย็น เป็นสิ่งต้องห้าม อย่างเด็ดขาดเลยนะคะ เพราะจะทำให้คอมเพรสเซอร์ ที่ทำความเย็นทำงานหนักมากจนเกินไป นอกจากนั้นเมื่อความร้อนโดนความเย็น จะทำให้เกิด ไอน้ำภายในตู้เย็นได้ แล้วเจ้าตัวไอน้ำนี่ล่ะค่ะ ที่จะทำให้น้ำยาแอร์ ก่อนที่จะไหลเข้าไป คอมเพรสเซอร์ร้อนจนเกินไป ทำให้การทำงานของตู้เย็นรวน อายุการทำงานของระบบภายใน ก็สั้นลงด้วย ไม่เพียงเท่านั้นความร้อนจากอาหาร ยังทำให้อุปกรณ์ภายในตู้เย็น เช่น ภาชนะรอง ผนังตู้เย็นเสื่อมสภาพได้ง่าย และ เร็วขึ้นด้วย เตือนกันอีกหน่อย พวกสารเคมีที่ไวไฟ หรือ สีก็ไม่ควรเอาเก็บไว้ในตู้เย็นนะคะ เพราะ อาจระเหยแล้วเจือปนกับอาหาร , น้ำที่เราดื่มหรือวัตถุดิบต่าง ๆ ที่เราจะใช้ประกอบอาหาร ทำให้เกิดอันตรายได้
เปิดตู้เย็นทิ้งไว้

การเปิดตู้เย็นทิ้งไว้นาน ๆ จะทำให้ความร้อนเข้าไปภายในตู้เย็น และ เมื่อสูญเสียความเย็น ตู้เย็นก็ต้อง เริ่มทำงานสะสมความเย็นใหม่ ส่งผลให้คอมเพรสเซอร์ทำงานหนัก ทำให้เปลืองไฟ และ ทำให้อายุการใช้งานตู้เย็นลดลงด้วยค่ะ การตั้งค่าอุณหภูมิในตู้เย็น ก็สำคัญด้วยนะคะ อุณหภูมิปกติที่เหมาะสมควรตั้งไว้ที่ 0-4 องศาเซลเซียส และ อุณหภูมิของช่องฟรีซที่เหมาะสมอยู่ที่ -18 องศาเซลเซียส แต่ถ้าหากตั้งสูงกว่านี้ อาจจะทำให้ตู้เย็นเกิดความชื้น เป็นสาเหตุของเชื้อรา และ เชื้อแบคทีเรีย ทำให้ไม่สามารถคงความสดใหม่ ของอาหารได้ดีเท่าที่ควร
ไม่ตรวจสอบสภาพการทำงานของตู้เย็น

ควรมีการตรวจสอบสภาพของตู้เย็นอย่างสม่ำเสมอ หากมีส่วนใดที่ชำรุดให้รีบซ่อมก่อนที่ปัญหาจะบานปลาย เช่น ตรวจสภาพของขอบยางประตูตู้เย็น โดยใช้กระดาษแทรกลงไประหว่างยาง และ ประตูตู้เย็น ปิดประตู้ให้สนิท ถ้าสามารถขยับกระดาษที่แทรกขึ้น-ลงได้อย่างสะดวก แสดงว่ายางตู้เย็นเสื่อมแล้วล่ะค่ะ นอกจากนั้นยังสามารถตรวจสอบความเย็น น้ำยาแอร์ หรือสังเกตดูว่าตู้เย็นกินไฟมากไปหรือเปล่า จำเป็นมากค่ะ เพื่อที่ตู้เย็นจะได้อยู่ให้เราใช้งานไปได้นานๆ
เตือนแล้วนะ! 5พฤติกรรมที่ทำให้ตู้เย็นพังไว ลด ละ เลิกได้เลยนะคะสำหรับพฤติกรรมที่ทำให้ตู้เย็นพังเร็ว ที่สำคัญควรมีการทำความสะอาดตู้เย็นอย่างถูกต้องและถูกวิธีด้วยนะคะ ซึ่งไม่ควรใช้สารประเภทน้ำมันเบนซิน ทินเนอร์หรือแอลกอฮอล์ไปเช็ดทำความสะอาดตู้เย็นโดยเด็ดขาด แต่ให้ใช้ผ้าสะอาดนุ่มๆชุบน้ำสบู่ แล้วเช็ดทำความสะอาดตู้เย็นทั้งภายนอกและภายใน แล้วใช้ผ้าชุบน้ำที่สะอาดเช็ดตามอีกครั้ง และสุดท้ายให้ใช้ผ้าแห้งเช็ดเพื่อซับน้ำและสบู่ออกให้หมด เพียงเท่านี้ตู้เย็นของคุณก็ไม่เสียง่าย แถมยังดูเหมือนใหม่อีกด้วยนะคะ
หากสนใจก็สามารถโทรไปสอบถามได้เลย อะไหล่ คลิกที่นี่


