ตู้เย็น 7 อาการเสียที่ซ่อมแล้วไม่คุ้ม ซื้อใหม่ดีกว่า
หนึ่งในเครื่องใช้ไฟฟ้าที่จำเป็นต้อง มีติดครัวในยุคสมัยนี้เห็นจะเป็นตู้เย็นค่ะ เพราะสามารถเก็บอาหารและวัตถุดิบสำคัญต่างๆในการทำอาหารเอาไว้ได้นาน ยิ่งในยุคโควิดแบบนี้ หลายบ้านนิยม ทำอาหารทานเอง เพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย และ เพื่อความสะอาดปลอดภัย และ เป็นธรรมดาค่ะที่เมื่อตู้เย็น ถูกใช้งานมาพักใหญ่ อาจจะเกิดปัญหาจุกจิกให้กังวลใจ จากปัญหาเล็ก ๆ หากไม่ได้รับการแก้ไข ก็อาจจะกลายเป็นปัญหาใหญ่เกิดขึ้นได้ อาการเสีย ๆ ของตู้เย็นมีให้เห็นกันบ่อย ๆ และ หลากหลาย บางบ้านซ่อมแล้วซ่อมอีกจนค่าซ่อมบานปลาย มีหลักการง่าย ๆ ว่าถ้าต้องจ่ายค่าซ่อมตู้เย็น 50% ขึ้นไปของราคาตู้เย็นใหม่ ขอแนะนำให้ซื้อใหม่ก็จะง่ายกว่าค่ะ ไม่ต้องทนปวดหัวและไม่ต้องจ่ายเงินค่าซ่อมบ่อยๆอีกด้วย และนี่คือ ตู้เย็น 7 อาการเสียที่ซ่อมแล้วไม่คุ้ม ที่เรานำมาฝากกันค่ะ
บ้านอะไหล่ สนใจติดต่อสอบถาม ไลน์แอด
-
ตู้เย็นไม่มีเสียง แต่ไฟยังติดอยู่
-
ด้านข้างของตู้เย็นร้อนมากเกินไป
-
น้ำซึมออกมาจากตู้เย็นหรือน้ำไหลเจิ่งนองในตู้เย็น
-
ตู้เย็นกินไฟมากเกินไป

ที่มา https://www.quickappliancerepair.ca/whirlpool-fridge-repair/
1. ตู้เย็นไม่มีเสียง แต่ไฟยังติดอยู่
เป็นเรื่องธรรมดานะคะ ถ้าหากว่าตู้เย็นจะมีเสียงตลอดเวลา เพราะนั่นกำลังแสดง ให้เห็นว่าตู้เย็นกำลังทำงานอยู่ แต่จะเป็นความผิดปกติทันที ถ้าวันดีคืนดีไม่ได้ยินเสียงใด ๆ จากตู้เย็นเลยทั้ง ๆ ที่เปิดดูก็เห็นไฟยังสว่าง ตรงนี้ให้สันนิษฐาน ไว้ก่อนเลยนะคะว่า ตัวคอมเพรสเซอร์อาจจะเสีย ในกรณีนี้เราสามารถทดสอบได้ โดยการหมุนปุ่มควบคุมอุณหภูมิไป ที่ระดับเย็นสุด ถ้าหากว่าคอมเพรสเซอร์ก็ยังเงียบ ไม่มีเสียงใด ๆ อยู่ดีแสดงว่าชำรุด หรือ เสียแล้วล่ะค่ะ หรืออีกวิธีหนึ่ง คือ ให้ลองละลายน้ำแข็ง แล้วถอดปลั๊กตู้เย็นออกทิ้งไว้ประมาณ 24 ชั่วโมง จากนั้นให้ลองเปิดใหม่อีกที ถ้าคอมเพรสเซอร์ยังทำงาน เริ่มมีเสียง ก็เป็นไปได้ว่า สาเหตุอาจมาจากระบบละลายน้ำแข็ง แต่ถ้าทำทุกอย่างแล้ว ตู้เย็นก็ไม่มีสัญญาณใด ๆ ตอบรับ แสดงว่าเป็นปัญหาที่ คอมเพรสเซอร์แล้วล่ะค่ะ ซึ่งสาเหตุที่ทำให้คอมเพรสเซอร์ ไม่ทำงานก็อาจจะเนื่องมาจากไฟดับ หรือ ไฟกระชาก คอมเพรสเซอร์ตัดการทำงานของตัวเอง เมื่ออุณหภูมิสูงขึ้นเกินค่ามาตรฐาน , เทอร์โมสตาร์ททำงานผิดพลาด หรือ สั่งให้คอมเพรสเซอร์หยุดทำงาน หรือคอมเพรสเซอร์เกิดสนิม ทำให้ไม่สามารถทำงานได้อย่างต่อเนื่องนั่นเอง
2. ช่องฟรีซเย็น แต่ช่องแช่ของไม่เย็น
นี่เป็นอีกกรณีที่ผิดปกติคือช่องฟรีซเย็นและทำงานปกติ ในขณะที่ช่องแช่ของส่วนอื่นๆไม่เย็นเลย อาจเป็นได้ว่าพัดลมของมอเตอร์มีปัญหา เสีย ชำรุด หรือเสื่อมสภาพ ซึ่งถ้าซ่อม ราคาซ่อมก็จะพอๆกับซื้อตู้เย็นใหม่เลยล่ะค่ะ
3. มอเตอร์ไหม้
พฤติกรรมหนึ่งที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อการทำงานมอเตอร์คือการใช้มีดหรือของมีคมทิ่มแทงน้ำแข็งในช่องฟรีซ ปัญหานี้มักเกิดกับตู้เย็นธรรมดาที่ไม่ใช่ระบบโนฟรอส(No-frost) ซึ่งจะมีน้ำแข็งสะสมมากขึ้นและหนาขึ้นเรื่อยๆจนทำให้ไม่สามารถเปิดฝาของช่องแช่ได้สะดวก ปกติจะต้องมีการกดละลายน้ำแข็งหรือถอดปลั๊กตู้เย็นออก ซึ่งไม่ควรเด็ดขาดที่จะใช้ของมีคมแซะน้ำแข็งในตู้ เพราะคมจากของมีคมเหล่านั้น อาจจะไปทิ่มแทงทางเดินน้ำยาที่อยู่ในแผงของช่องแช่แข็งทำให้แตกหรือเป็นรูได้ และเมื่อน้ำยาในระบบรวมกับน้ำมันของคอมเพรสเซอร์ก็จะรั่วออกมา และเมื่อเครื่องทำงานต่อไปเรื่อยๆโดยที่ไม่รู้ว่าไม่มีน้ำยาในระบบ และน้ำมันที่ทะลักตามน้ำยาออกมามีน้อยกว่าเดิม เครื่องก็จะเดินนานขึ้น เพราะภายในตู้เย็นไม่มีความเย็นควบคุมอุณหภูมิ จึงไม่ตัดการทำงาน การที่มอเตอร์ทำงานต่อไปเป็นเวลานานๆโดยที่ไม่มีน้ำมันมาระบายความร้อนและหล่อลื่น ก็จะทำให้คอมเพรสเซอร์ร้อนจัดและมอเตอร์ไหม้ในที่สุดค่ะ
4. ด้านข้างของตู้เย็นร้อนมากเกินไป
ที่ด้านข้างของตู้เย็นทั้งซ้ายและขวาจะมีส่วนที่เรียกว่าคอนเด็นเซอร์(Condensor) ซึ่งเจ้าตัวนี้จะทำหน้าที่ให้น้ำยาเพื่อระบบการทำงานของตู้เย็นในลักษณะที่เป็นแก๊ส และแก๊สตัวนี้จะเปลี่ยนสภานะเป็นของเหลวด้วยการระบายความร้อน เป็นสาเหตุที่ทำให้บริเวณด้านข้างของตู้เย็นมักมีความดันและอุณหภูมิที่สูงขึ้นและจะร้อนมากกว่าปกติถ้าเป็นช่วงหน้าร้อนค่ะ แต่ถ้าหากความร้อนด้านข้างของตู้เย็นมันร้อนมากกว่าที่เคยเป็น นั่นเป็นความผิดปกติที่ต้องตรวจสอบ เช่นดูว่าระยะการวางตู้เย็นห่างจากผนังในระยะที่เหมาะสมหรือไม่ ,ถึงเวลาที่ต้องทำความสะอาดคอมเพสเซอร์หรือยัง,ได้นำของที่ร้อนใส่เข้าไปในตู้เย็นหรือเปล่า หรือมีของในตู้เย็นมากเกินไปไหม และสำหรับบ้านไหนที่ใช้งานตู้เย็นมามากกว่า 10 ปีควรพิจารณาซื้อตู้เย็นใหม่ เพราะตู้เย็นที่ใช้งานมานานเกินไป การทำงานจะเสื่อมสภาพ แถมยังกินไฟมากขึ้น ไม่เพียงเท่านั้นยังจะปล่อยสารที่เรียกว่า CFC ซึ่งเป็นสารที่ทำลายชั้นโอโซน ทำให้เกิดภาวะโลกร้อนออกมาอีกด้วย ที่สำคัญตู้เย็นเก่ามักทำงานหนักและปล่อยความร้อนออกมามากกว่าปกติอีกด้วยค่ะ

5. น้ำซึมออกมาจากตู้เย็นหรือน้ำไหลเจิ่งนองในตู้เย็น
อาการนี้เกี่ยวข้องกับคอมเพรสเซอร์(Compressor) ล้วนๆ ซึ่งคอมเพรสเซอร์เป็นอุปกรณ์ที่สำคัญมากของระบบตู้เย็น เพราะถ้าคอมเพรสเซอร์ไม่ทำงาน ก็จะทำให้ตู้เย็นหยุดทำงานด้วย หรือที่เราเรียกกันว่า “ตู้เย็นน๊อก”นั่นเองค่ะ โดยพื้นฐานตู้เย็นจะทำการสร้างความเย็นด้วย “หลักการนำพาความร้อน” โดยมีน้ำยาทำความเย็นเป็นตัวนำพาความร้อนในระบบปิด ซึ่งตัวคอมเพรสเซอร์จะเป็นตัวสั่งการในกระบวนการดังกล่าว เพื่อให้อุณหภูมิในตู้เย็นมีความเหมาะสมในระดับที่ปรับตั้งเอาไว้ ในกรณีนี้เมื่อคอมเพรสเซอร์ทำความเย็นได้ไม่ดีเท่าที่ควร จะทำให้น้ำแข็งที่บริเวณช่องแช่แข็งเกิดการละลายตัวเองไหลลงไปเจิ่งนองในพื้นที่ของตู้เย็นและบางครั้งไหลออกมาข้างนอกด้วย หากน้ำที่ไหลออกมาไปสัมผัสกับอาหาร ผัก ผลไม้ที่อยู่ในตู้เย็นก็อาจจะทำให้อาหารเหล่านั้นเน่าเสียก่อนเวลาอันควรได้ด้วยค่ะ
6. ไฟไม่เข้าตู้เย็น
ปัญหาที่ไฟไม่เข้าตู้เย็นถึงแม้จะเสียบปลั๊กแล้วแต่ยังไม่มีสัญญาณหรือไม่มีเสียงว่าเครื่องทำงานเลยสักนิด สาเหตุอาจจะมาจากปลั๊กที่เสียบต่อเข้ากับตู้เย็นนั้นหลวมหรือสายที่ใช้เชื่อมต่อที่เป็นเต้ารับนั้นไม่แน่น ทำให้กระแสไฟไม่สามารถทำงานได้อย่างครบวงจรหรือเป็นไปได้ว่าใช้ไฟร่วมกับเครื่องใช้ไฟฟ้าประเภทอื่นๆมากจนเกินไป หากปล่อยทิ้งไว้นานๆจะส่งผลให้คอมเพรสเซอร์ทำงานหนักและก่อให้เกิดความเสียหายได้ ดังนั้นก่อนที่จะใช้งานตู้เย็นควรมีการคำนวณกระแสไฟที่จะใช้ และถ้าเป็นได้ให้เสียบสายตรง ละเว้นการใช้งานแบบปลั๊กพ่วงร่วมกับเครื่องใช้ไฟฟ้าอย่างอื่นก็จะดีกว่า เพราะถ้าหากช็อตขึ้นมาอาจต้องเปลี่ยนเครื่องใหม่โดยไม่จำเป็น
7. ตู้เย็นกินไฟมากเกินไป
อาการนี้ก็เหมือนเป็นลางร้ายด้วยเหมือนกัน จริงๆแล้วตู้เย็นนับเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่กินไฟค่อนข้างมากเพราะต้องทำงานตลอดเวลา ยิ่งเป็นตู้เย็นเก่าที่ใช้งานมายาวนานก็จะยิ่งกินไฟมาก ลองกลับไปดูบิลค่าไฟแล้วเปรียบเทียบกับหลายเดือนที่ผ่านมา ถ้าขึ้นปรี๊ดเลย บางทีอาจจะมาจากตู้เย็นก็ได้นะคะ

ทั้งหมดนี้เป็น ตู้เย็น 7 อาการเสียที่ซ่อมแล้วไม่คุ้มอาการรวน ๆ ที่อาจเกิดขึ้นได้ในชีวิตประจำวันของท่าน การเปลี่ยนพฤติกรรมหรือข้อควรระวังหลายๆอย่างอาจจะช่วยแก้ปัญหาเกี่ยวกับการใช้งานตู้เย็นได้บ้าง แต่กรณีที่ปัญหาเกิดขึ้นบ่อยๆซ้ำซาก เสียค่าซ่อมครั้งแล้วครั้งเล่าก็ไม่ดีซะที การเปลี่ยนตู้เย็นใหม่ไปเลยก็คงจะดีไม่น้อยนะคะ อย่างน้อยซื้อความปลอดภัยและประหยัดค่าซ่อมไปได้อีกทาง
หากสนใจก็สามารถโทรไปสอบถามได้เลย อะไหล่ คลิกที่นี่


