ประหยัดไฟสูงสุดเบอร์ 5 เชื่อว่าทุกคนคงจะคุ้นเคยกับ ฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 ที่ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ดำเนินโครงการมากว่า 25 ปี ซึ่งที่ผ่านมาได้รับการตอบรับที่ดีจาก ผู้บริโภคมาโดยตลอด เนื่องจากความเชื่อมั่นในผลการทดสอบ การประหยัดไฟฟ้า จนกลายเป็นความนิยม และ เป็นปัจจัยหลักประการหนึ่งของผู้บริโภค ในการเลือกซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้า ที่จะต้องเลือกผลิตภัณฑ์ ที่มีฉลากประหยัดไฟฟ้าเบอร์ 5 เป็นตัวเลือกแรกๆ แบบนี้ที่เดี๋ยวนี้มี ในเครื่องใช้ไฟฟ้า แทบจะทุกประเภท ภายในสัญลักษณ์จะมี รูปดาวอยู่ ยิ่งดาวเยอะ ก็ยิ่งหมายความว่า เครื่องใช้ไฟฟ้านั้น ๆ ประหยัดไฟเยอะตามไปด้วย หลายคนจึงเลือกเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ประหยัดไฟถึงเบอร์ 5 เพื่อลด ภาระค่าไฟฟ้าที่จะเกิดขึ้น
ภาพแสดงฉลากประหยัดไฟ
ตัวสัญลักษณ์จะบอกถึง ประเภทของเครื่องใช้ไฟฟ้า รวมถึงแสดงค่าไฟฟ้าที่ใช้ต่อปี ดาวสามดวงที่เบอร์ 5 หมายถึงประหยัดไฟ มากที่สุด รวมถึงบอกค่าประสิทธิภาพ เพื่อให้เราเลือกได้เมื่อต้องเปรียบเทียบประเภท เครื่องใช้ไฟฟ้า กับ แบรนด์อื่น ๆ ยิ่งประหยัดไฟ เยอะยิ่งดี เครื่องใช้ไฟฟ้ารุ่นใหม่ ๆ จึงพยายามพัฒนา ให้กินไฟน้อยที่สุด
ฉลากประหยัดไฟดีอย่างไร
เป็นประโยชน์ของผู้บริโภค ที่จะสามารถเลือกได้ว่าต้องการ ประหยัดไฟเท่าไหร่ ซื้อสินค้าแบบไหน จึงกินไฟน้อยที่สุด ผู้บริโภคสามารถเลือก ในสิ่งที่ดีที่สุดได้ ไม่ต้องรับภาระค่าไฟแพง ๆ จากเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ กินไฟมาก ๆ ยิ่งประหยัดไฟ ได้มาก สินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้านั้น ๆ ยิ่งได้รับความนิยมเยอะ เป็นตัวที่ทำให้ ผู้บริโภคตัดสินใจ ในการเลือกซื้อ ที่สำคัญมาก เราจึงพบว่าเครื่องใช้ไฟฟ้า แทบทุกอย่าง ต้องมีฉลากแบบนี้เพื่อเป็น การช่วยในการตัดสินใจเลือกซื้อนั่นเอง
ผู้ออกฉลากประหยัดไฟในปัจจุบันคือ กระทรวงพลังงาน ซึ่งจะมีตราของกระทรวง ซ้อนอยู่บนฉลาก เริ่มใช้ตั้งแต่ พ.ศ. 2549 (ค.ศ. 2006) จากเดิมออกโดยการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ซึ่งไม่มีโลโก้ใด ๆ เว้นแต่ปี ค.ศ. ที่ออกบนฉลาก ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2562 กระทรวงพลังงานได้ปรับปรุง ฉลากประหยัดไฟใหม่ทั้งหมด โดยยกเลิกระดับความประหยัดเบอร์ 1 ถึงเบอร์ 4 คงไว้เพียงเบอร์ 5 แต่เพิ่มสัญลักษณ์ดาว ที่จะระบุระดับ คะแนนการประหยัดไฟ เข้าไปแทน โดยยิ่งมีดาวมาก จะยิ่งมีประสิทธิภาพใน การประหยัดไฟมากขึ้นดวงละ 5-10% โดยฉลากประหยัดไฟ ชนิดติดดาว มี 4 ระดับ คือเบอร์ 5, 1 ดาว, 2 ดาว และ 3 ดาว
การเลือกซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าควรสังเกตุดาวให้ดี ๆ เพราะเป็นตัวบ่งชี้ว่าเครื่องใช้ไฟฟ้านั้น ๆ กินไฟหรือไม่ ยิ่งดาวเยอะยิ่งกินไฟน้อย ในท้องตลาดมีสินค้ามากมายให้เลือก สามารถเปรียบเทียบกันได้
ฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 คือ
ฉลากประหยัดไฟฟ้าเบอร์ 5 คือฉลากที่บ่งบอกระดับการใช้ไฟฟ้า และ ข้อมูลเบื้องต้นต่างๆ ของเครื่องใช้ไฟฟ้า เช่น ประสิทธิภาพ ค่าใช้จ่ายต่อปี เพื่อให้ผู้ใช้สามารถเลือกซื้อ เครื่องใช้ไฟฟ้าได้อย่างเหมาะสม และ ประหยัดค่าใช้จ่ายในระยะยาว ฉลากประหยัดไฟจะ มีระดับความประหยัดตั้งแต่เบอร์ 1 ถึงเบอร์ 5 โดยที่เบอร์ 5 หมายถึงประหยัดไฟมากที่สุด คือมีอัตราการประหยัดพลังงาน (Energy Efficiency Ratio : EER) มากกว่า 11.0 หน่วย
เครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีฉลากประหยัดไฟฟ้าเบอร์ 5
- เครื่องปรับอากาศ
- ตู้เย็น
- พัดลม
- หลอดไฟ
- กระติกน้ำร้อน
- เครื่องรับโทรทัศน์
- หม้อหุงข้าว
- เครื่องรับโทรทัศน์
- เครื่องทำน้ำอุ่น
- เตารีด
- เครื่องซักผ้า

เพียงเท่านี้ท่านก็สามารถเลือกซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าได้ง่ายมากขึ้น และเป็นการทำให้สินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าได้คิดค้นเทคโนโลยีเพื่อประหยัดไฟให้กับผู้บริโภคมากยิ่งขึ้น เป็นประโยชน์สำหรับคนที่ต้องการซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าเพื่อเอาไว้พิจารณาว่าดีหรือไม่ ประหยัดไฟหรือไม่ได้อีกด้วย ประหยัดไฟสูงสุดเบอร์ 5 ทำให้ชีวิตคนไทยง่ายขึ้นเยอะ ไม่ต้องแบกรับค่าไฟแพง ๆ ด้วย อะไหล่ คลิกที่นี่



