ข้อดี ข้อเสีย ของแอร์แต่ละยี่ห้อ
สำหรับคนที่กำลังคิดจะซื้อแอร์ใหม่สัก เครื่องต้องไม่พลาดบทความนี้ ก่อนจะซื้อแอร์ควรหาข้อมูลให้ดีก่อน เพราะแอร์นั้นค่อนข้างราคาแพง ก่อนซื้อควรเปรียบเทียบ ข้อดี ข้อเสีย ของแอร์แต่ละยี่ห้อ ให้ดีเสียก่อน เวลาไปซื้อจะได้ไม่พลาด แอร์นั้นถึงจะเป็นเครื่องปรับอากาศเหมือน ๆ กัน แต่จริง ๆ แล้วแต่ละยี่ห้อนั้นแตกต่างกัน เราไปดูกันดีกว่าว่ามีอะไรบ้าง
- Mitsubishi
- Samsung
- LG
- Daikin
- Panasonic
- การเลือกแอร์ที่ดีควรเลือกอย่างไร ข้อดี ข้อเสีย ของแอร์แต่ละยี่ห้อ
- วิธีบำรุงรักษาแอร์เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้จนกว่าจะหมดอายุการใช้งาน
- วิธีล้างแอร์บ้านด้วยตัวเอง
Mitsubishi
หลายคนเป็นสาวกของเครื่องใช้ไฟฟ้าญี่ห้อนี้ หลายคนพูดถึงความทนทาน ใช้ได้นานของเครื่องใช้ไฟฟ้าจากแบรนด์นี้ เรามาดูกันดีกว่าว่ามีจุดเด่นอะไร จุดเด่นของแอร์ยี่ห้อนี้คือ ความทนทาน แต่ไม่ได้หมายความว่า แอร์ทุกรุ่นของยี่ห้อนี้มีความทนทานมากกว่ายี่ห้ออื่น ๆ รุ่นที่มีความทนทานนั้น ราคาค่อนข้างแพงมาก ส่วนรุ่นที่ราคาเหมือน ๆ กับยี่ห้ออื่นนั้น ไม่การันตีว่าทนทานมากกว่ายี่ห้ออื่น ๆ

Samsung
เป็นยี่ห้อที่หลายคนรู้จักกันดี ยี่ห้อนี้ทำสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าครบวงจรเลยทีเดียว ดีไซน์สวยงาม มาพร้อมกับฟังก์ชั่นมากมาย แอร์ของยี่ห้อนี้ด้วยเช่นกัน มาพร้อมกับดีไซน์ที่สวยและฟังก์ชั่นตอบสนองความต้องการของลูกค้ามากมาย เรียกได้ว่าเป็นจุดแข็งของแบรนด์นี้เลยก็ว่าได้ ส่วนข้อเสียก็คือ ความทนทานยังไม่ค่อยมาก สินค้ามีหลากหลายจนอาจทำให้งงได้

LG
มีดีไซน์ที่สวยงามและเน้นความหรูหรา ทำราคาอยู่ในระดับต่ำ ข้อเสียคือ สินค้าไม่ค่อยมีความคงทน เสียง่าย มีข้อเด่นเพียงดีไซน์สวยงามและราคาไม่แพงเท่ายี่ห้ออื่น เป็นยี่ห้อที่ช่างซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้าไม่แนะนำให้ซื้อมาใช้

Daikin
เป็นอีกยี่ห้อหนึ่งซึ่งมุ่งเน้นผลิตเพียงเครื่องปรับอากาศเท่านั้น ทำให้ยี่ห้อนี้ได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าจำนวนมาก คุณภาพสินค้าก็เทียบได้กับแบรนด์อันดับหนึ่งเลยทีเดียว นอกจากนี้ยังมีฟังก์ชั่นเพื่อให้ผู้สูงอายุสามารถใช้งานได้ง่ายอีกด้วย

Panasonic
Panasonic เป็นแบรนด์ที่มีชื่อเสียงมากในการผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าตั้งแต่สมัยที่ยังเป็น Nationalปัจจุบันมีฐานการผลิตอยู่ทั่วเอเชียแต่สำหรับเครื่องปรับอากาศแล้วมีฐานการผลิตอยู่ประเทศมาเลเซียโดยเลือกใช้คอมเพรสเซอร์ของมัสซูชิตะสำหรับมาตรฐานแล้วถือว่าดีไม่แพ้แบรนด์อื่นเลย

การเลือกแอร์ที่ดีควรเลือกอย่างไรข้อดี ข้อเสีย ของแอร์แต่ละยี่ห้อ
- ขนาดแอร์ก็เป็นอีกหลักเกณฑ์หลักในการเลือกแอร์ให้ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ จำนวนของ BTU ที่ควรเลือกใช้นั้นขึ้นอยู่กับขนาดของห้อง (ความกว้าง x ยาว) และตัวแปรต่างๆ เช่น ห้องโดนแดดหรือไม่โดนแดด ความสูงของเพดานห้อง จำนวนคนในห้อง ปริมาณเครื่องใช้ไฟฟ้า เป็นต้น
- ควรเลือกแอร์ที่ได้ฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 ปัจจุบัน การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ได้ออกฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 โฉมใหม่ ที่เรียกกันว่า เบอร์ 5 ติดดาว โดยแบ่งเกณฑ์ประสิทธิภาพเป็น 4 ระดับได้แก่ เบอร์ 5 / เบอร์ 5 1 ดาว / เบอร์ 5 2 ดาว / เบอร์ 5 3 ดาว โดยจำนวนดาวยิ่งมาก ยิ่งประหยัดไฟ
- เลือกแอร์ที่มีการใช้งานทนทาน
- เลือกแอร์ที่เสียงเบา ทำงานเงียบ
- เนื่องจากปัจจุบันปัญหาฝุ่นขนาดเล็ก PM2.5 กลายเป็นปัญหาใหญ่ที่พบได้บ่อยครั้งและยากที่จะหลีกเลี่ยง นอกจากการติดตั้งเครื่องฟอกอากาศไว้ตามจุดต่าง ๆ ของบ้านจะช่วยเพิ่มอากาศบริสุทธิ์ภายในบ้านแล้ว ก็ควรเลือกใช้แอร์ที่มีช่วยกรองอากาศได้ด้วย เพื่อให้ลมเย็นที่ออกมาจากเครื่องปรับอากาศนั้นสะอาดปลอดภัยจาก PM2.5 รวมถึงสิ่งสกปรกอื่น ๆ แบคทีเรีย และเชื้อไวรัสที่มองไม่เห็น
วิธีบำรุงรักษาแอร์เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้จนกว่าจะหมดอายุการใช้งาน
- หมั่นทำความสะอาดแผ่นกรองอากาศ(ฟิลเตอร์) ทุกอาทิตย์ โดยการเปิดหน้ากากแอร์ขึ้นมา แล้วดึงแผ่นกรองอากาศออกมาล้างทำความสะอาดด้วยน้ำเปล่า
- หมั่นล้างทำความสะอาดโดยการฉีดน้ำล้างที่คอยล์ร้อนทั้งคอยล์เย็น (ล้างใหญ่) โดยช่างผู้ชำนาญ ทุกๆ 3-6 เดือน แล้วแต่สภาพแวดล้อมและลักษณะการใช้งาน ถ้าอยู่ติดถนนมีฝุ่นมากหรือเปิดใช้งานทุกวันควรล้างแอร์บ่อยขึ้น เพราะจะทำให้ประหยัดไฟและแอร์ไม่ทำงานหนัก แอร์จะได้มีอายุการใช้งานยืนยาวขึ้น 3. หลังจากการล้างแอร์ ควรให้ช่างทำการเช็คระดับแรงดันน้ำยาว่าปกติดีหรือไม่
- หมั่นคอยสังเกตเสียงการทำงานของแอร์ ถ้ามีเสียงดังผิดปกติ หรือแอร์ไม่ค่อยเย็นควรรีบเรียกช่างมาทำการตรวจเช็ค เพราะอาจจะทำให้เกิดความเสียหายรุนแรงขึ้น
- ไม่ควรนำเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ให้ค่าความร้อนสูง เช่น เตารีด หม้อหุงข้าว เครื่องทำน้ำร้อน เป็นต้น มาใช้ในห้องแอร์เพราะจะทำให้แอร์ทำงานหนักโดยใช่เหตุอีกทั้งยังทำให้เปลืองค่าไฟฟ้าอีกด้วย
- เก็บวางรีโมตไว้ในที่สูง หรือเป็นที่เป็นทางเพื่อป้องกันเด็กมาเล่นจนหล่นบ่อยๆ และอาจทำให้โหมดของแอร์ที่ตั้งไว้คลาดเคลื่อน

ที่มา https://www.origin.co.th
วิธีล้างแอร์บ้านด้วยตัวเอง
การล้างแอร์ไม่มีอะไรยุ่งยาก ที่เก็บสะสมฝุ่นและต้องล้างทำความสะอาดหลักๆ มี 4 จุด
- ฟิลเตอร์ (ตัวนี้ถอดง่าย ล้างซักเดือนละครั้ง หรือเมื่อฝุ่นเริ่มหนา)
- คอยล์เย็น
- ใบพัดลม
- คอยล์ร้อน ด้านนอก (ล้างง่าย เอาน้ำฉีดไล่ฝุ่นจากด้านนอกได้เลย)
เพียงเท่านี้แอร์ของคุณก็จะอยู่กับคุณไปอีกนาน หากงบน้อยควรเลือกซื้อแอร์ราคาถูกไม่จำเป็นต้องมีฟังก์ชั่นการใช้งานเยอะมากก็เพียงพอ พยายามเลือกแอร์ยี่ห้อที่คุณสามารถหาอะไหล่ได้ตามร้านซ่อมทั่ว ๆ ไป เพราะหากเสียขึ้นมาจะได้ไม่ต้องยุ่งยากเรื่องการซ่อมแซม >> ศูนย์จำหน่ายอะไหล่ เเละเครื่องใช้ไฟฟ้า <<


