แอร์ 18000 BTU ขนาดห้อง เท่าไหร่ที่แอร์ทำงานได้ดี

แอร์ 18000 BTU ขนาดห้อง เท่าไหร่ที่แอร์ทำงานได้ดี

ไหนจะร้อน ไหนจะฝุ่น ไหนจะควันรถ ไหนจะมลพิษ!!โลกนี้ยังมีที่เย็นๆสดชื่นๆให้อยู่บ้างไหม? บางครั้งคุณอาจจะกำลังอยู่ในภาวะแบบนี้ ที่มองไปทางไหนก็เหมือนทะเลทราย อากาศอบอ้าว เนื้อตัวเหนียวเหนอะหนะ และไอเท็มสุดคูลที่จะช่วยกู้ทั้งสภาพอากาศและสภาพจิตใจของคุณขึ้นมาได้ ก็เห็นจะเป็นเจ้าเครื่องปรับอากาศหรือแอร์นี่ล่ะค่ะ การเลือกแอร์สำหรับบ้านของคุณ แน่นอนว่าจำเป็นจะต้องพิจารณาด้วยว่า จะนำแอร์ไปติดที่ห้องไหน ขนาดเท่าไหร่ เพื่อที่แอร์จะสามารถทำงานได้อย่างเต็ม BTU วันนี้เราจะพาคุณไปดูกันค่ะว่า แอร์ 18000 BTU ขนาดห้อง เท่าไหร่ที่แอร์จะทำงานได้ดี ไม่ทำงานหนักจนเกินไป แถมยังลดโอกาสที่จะต้องจ่ายค่าไฟแพงๆด้วย

บ้านอะไหล่ สนใจติดต่อสอบถาม ไลน์แอด

แอร์ 18000 BTU ขนาดห้อง

กลับสู่สารบัญ

เช็ค BTU แอร์ให้เหมาะกับขนาดของห้อง

BTU (British Thermal Unit)  คือหน่วยวัดความเย็นของแอร์ ยิ่งแอร์มีขนาดของ BTU สูง ก็ยิ่งมีความสามารถในการผลิตความเย็นได้มาก และสามารถให้ความเย็นในห้องที่ใหญ่ขึ้นด้วย แต่การใช้พลังงานก็มากขึ้นตามไปด้วยเช่นกัน ส่งผลต่อค่าไฟในกระเป๋าของคุณอย่างแน่นอน ดังนั้นนี่จึงเป็นที่มาว่าทำไมต้องเลือกขนาด BTUของแอร์ให้เหมาะสมและพอดีกับขนาดของห้องที่จะติดตั้ง  ซึ่งคุณสามารถคำนวณได้ว่าห้องที่จะติดแอร์ จะใช้แอร์กี่BTU ซึ่งเป็นการคำนวณพื้นที่ร่วมกับสภาพอากาศหรืออุณหภูมิภายในบ้าน ว่ามีแดดส่องเข้ามามากหรือน้อย โดยมีสูตรดังต่อไปนี้ค่ะ

BTU แอร์ = พท้นที่ของห้อง (กว้างxยาว) x ระดับความต่าง

โดยระดับความต่างหรือตัวแปรก็คือระดับความร้อนภายในห้องในช่วงกลางวันและกลางคืนนั่นเองค่ะ โดยมีค่าดังต่อไปนี้

700-800 : สำหรับห้องที่ไม่โดนแดด ส่วนใหญ่จะใช้แอร์แค่ตอนกลางคืน เช่น ห้องนอน

800 – 900 : สำหรับห้องที่ใช้แอร์เป็นประจำในช่วงกลางวัน มีความร้อนปานกลางถึงมาก เช่น ห้องรับแขก ห้องทำงาน ห้องทานข้าว

900 – 1000 : สำหรับห้องที่มีความร้อนมาก เพราะโดนแดดตลอดทั้งวัน

เมื่อคำนวณออกมาก็จะได้ค่า BTU ที่เหมาะสมสำหรับห้องนั้นๆที่คุณจะติดตั้งแอร์ และนี่คือขนาดของ BTUกับขนาดของห้องที่พอดีกันที่เรานำมาฝาก

แอร์ 18000 BTU ขนาดห้อง

กรณีของแอร์ 18000 BTU ถ้าเป็นห้องปกติที่ไม่โดนแดดอย่างห้องนอน ก็จะเหมาะกับห้องที่มีขนาด 24-30 ตารางเมตร  ถ้าเป็นห้องที่ต้องโดนแดดอยู่บ่อยๆ ก็จะมีขนาด 21-27 ตารางเมตร ดังนั้นสิ่งที่เราอยากจะบอกก็คือว่าสิ่งแรกที่ควรจะทำมากที่สุดก่อนติดตั้งแอร์คือการเช็กขนาดของห้อง เพราะถ้าหากห้องเราเล็ก แล้วเลือก BTU แอร์มาใหญ่เกินไป นอกจากจะเปลืองค่าซื้อแล้ว ค่าติดตั้งยังสูงอีกด้วย แต่ถ้าห้องเราใหญ่ แล้วไปเลือกแอร์ที่มี BTU ขนาดเล็กมาติดตั้ง นอกจากจะทำให้ห้องไม่เย็นแล้ว แอร์ยังต้องทำงานหนักมากเพื่อให้ถึงอุณหภูมิตามที่เราตั้งไว้ ทำให้แอร์พังเร็วขึ้น ค่าซ่อมแซม บำรุงรักษาก็มากขึ้นด้วย

กลับสู่สารบัญ

แอร์ 18000 BTU เหมาะกับห้องแบบไหน

โดยปกติแอร์ 18000 BTU สามารถติดตั้งได้ในหลายๆห้อง โดยดูที่ขนาดของห้องเป็นหลัก ไม่ว่าจะเป็นห้องนอน หรือห้องนั่งเล่นหรือห้องร้องคาราโอเกะก็สามารถติดตั้งแอร์ 18000 BTUได้เลยนะคะ ถ้าเป็นห้องอื่นๆ อาจจะต้องพิจารณาว่าในห้องนั้นมีเฟอร์นิเจอร์หรือข้าวของวางอยู่เยอะไหม เพราะมันเกี่ยวข้องกับระบบการถ่ายเทและระบายอากาศภายในห้องได้อย่างทั่วถึงด้วยค่ะ  อีกหนึ่งห้องที่สามารถติดตั้งแอร์ 18000 BTU ได้ก็คือห้องสวดมนต์หรือห้องพระ เพราะเป็นห้องที่ต้องการความเงียบสงบและเย็นสบาย ดังนั้นจะเห็นได้ว่าแอร์ 18000 BTU สามารถติดตั้งได้แทบทุกห้อง เพราะเป็นแอร์ขนาดกลาง ที่ระดับความเย็นกำลังพอดี สบายๆ จะว่าไปแล้วพวกร้านค้าทั่วไปที่เป็นห้องติดกระจกหรือว่าร้านทำผม ร้านทำเล็บก็สามารถติดตั้งแอร์ 18000 BTU ได้ด้วยนะคะเพราะว่าต้องเปิดและปิดประตูตลอดทั้งวัน

 

แอร์ 18000 BTU ขนาดห้อง

กลับสู่สารบัญ

เลือกแอร์แบบไหนให้เหมาะกับห้อง

การเลือกแอร์ให้เหมาะกับห้อง นอกจากเรื่องของขนาด BTU แล้ว ยังเกี่ยวข้องด้วยว่าจะใช้แอร์ประเภทไหน จึงจะตอบโจทย์การใช้งานและลักษณะของห้องที่แตกต่างกัน แต่แอร์ยังสามารถทำงานได้เต็มประสิทธิภาพอยู่

  1. แอร์ติดผนัง

เชื่อว่าเราทุกคนคุ้นเคยกับแอร์ติดผนัง ที่ทุกวันนี้มีหลายฟังก์ชันให้เลือกใช้งาน ทั้งประหยัดไฟ กรองฝุ่น กรองอากาศ แอร์ประเภทนี้ส่วนใหญ่มีลักษณะกะทัดรัด เหมาะกับบ้านและคอนโด

  1. แอร์แขวนเพดาน

เป็นอีกหนึ่งแอร์ที่ได้รับความนิยมด้วยเช่นกัน ถ้าพูดถึงฟังก์ชันการทำงานก็ไม่ต่างจากแอร์แบบติดผนัง แต่ที่แตกต่างคือสามารถกระจายลมเย็นได้อย่างทั่วถึงทุกมุมห้องแถมยังเย็นเร็วกว่าด้วย เหมาะกับห้องที่มีพื้นที่กว้างๆ อย่างเช่นห้องประชุมหรือสำนักงาน เป็นต้น

  1. แอร์ตั้งพื้น

เป็นแอร์ที่ตั้งอยู่กับพื้นเหมือนชื่อ ความโดดเด่นของแอร์ประเภทนี้คือทำความสะอาดง่าย เหมาะกับห้องที่มีความสูงจากพื้นถึงเพดานแบบพอดี แต่ไม่เหมาะกับห้องกว้างและเพดานสูง เพราะจะทำให้ความเย็นกระจายไปได้ไม่ทั่วถึง แต่มีข้อจำกัดคือ ต้องมีพื้นที่ในการจัดวาง ดังนั้นจึงไม่เหมาะกับห้องที่เล็กเกินไปเพราะจะทำให้รกและเกะกะได้ค่ะ

  1. แอร์ฝังฝ้าเพดาน

การติดตั้งแอร์ประเภทนี้มีข้อดีคือจะกลมกลืนไปกับห้องหรือฝ้าเพดานได้เลย ช่วยประหยัดพื้นที่ และสามารถกระจายลมได้ทั่วทิศทาง เหมาะกับห้องขนาดใหญ่หรือห้องที่มีพื้นที่กว้าง เพดานสูง แอร์ในลักษณะนี้ก็จะต้องมีขนาด BTU ที่สูงและมีค่าบำรุงรักษาต่างๆตามมาด้วย

หากสนใจก็สามารถโทรไปสอบถามได้เลย อะไหล่ คลิกที่นี่

แอร์ทุกตัว ทุกรุ่นมีประสิทธิภาพในการทำงานตามที่ได้ถูกผลิตมา แต่ประสิทธิภาพที่มีนั้นจะถูกใช้อย่างเต็มที่หรือถูกลดทอนก็ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องขนาดของห้องที่จะต้องติดตั้งให้สัมพันธ์กับ BTU แอร์ รวมถึงประเภทของแอร์ที่จะทำการติดตั้งด้วย เพื่อเป็นการลดปัญหาที่จะตามมาในอนาคตและไม่ต้องเสียเวลา เสียเงินมาซ่อมแซมแก้ไขกันให้วุ่นวายในวันข้างหน้าอีกแล้วค่ะ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *