สัญญาณที่บอกว่า..ได้เวลา เปลี่ยนอะไหล่เครื่องซักผ้า กันแล้ว
กว่าจะเป็นเครื่องซักผ้าที่เราใช้อยู่ในปัจจุบัน อย่างที่เราทราบคือจะต้อง มีส่วนประกอบมากมายอย่าง เปลี่ยนอะไหล่เครื่องซักผ้า ที่ประกอบกันอยู่ เป็นระบบปฏิบัติการที่คอยควบคุมอยู่ข้างใน ซึ่งวันนี้เราจะมาเรียนรู้ถึง ระบบเหล่านี้คร่าว ๆ เพื่อเมื่อเกิดปัญหา กับ เครื่องซักผ้าของเรา เราจะได้รู้ว่เกิดอะไรขึ้น และ สมควรที่จะเปลี่ยนอะไหล่ชิ้นนั้นๆหรือยัง
บ้านอะไหล่ สนใจติดต่อสอบถาม ไลน์แอด

ภาพจาก https://www.whirlpool.com/blog/washers-and-dryers/parts-of-a-washing-machine.html
องค์ประกอบของเครื่องซักผ้าจะแบ่งเป็น…
- วงจรเครื่องซักผ้า
- ตัวโมดูลหรือระบบปฏิบัติการควบคุม พูดง่าย ๆ เป็น “สมอง”ของเครื่องซักผ้านั้นเอง เป็นพวกโหมดคำสั่ง หรือ มอเตอร์ไฟฟ้าเหล่านั้น แบ่งเป็นเซ็นเซอร์ระดับน้ำ เครื่องควบคุมความร้อน tachosensor และ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อื่นๆ (ตัวบ่งชี้ LED ,ส่วนการแสดงส่วน และ การแสดงแสง, แผงคสบคุมหน้าจอ LED เป็นต้น)
- องค์ประกอบของ AGR ไม่ว่าจะเป็นในส่วนล็อคประตู วาล์วน้ำ มอเตอร์ไฟฟ้า เครื่องทำความร้อนแบบท่อ และปั๊ม
- กลอง ทำจากสแตนเลสเป็นผนังเจาะรูเพื่อให้น้ำซึมผ่านได้ดีจากถังในระหว่างกระบวนการซักผ้า ตัวดรัมด้านหน้าจะเชื่อมต่อกับถังผ่าน ข้อมือยาง ด้านหลังมีเพลาที่ไหลผ่านผนังด้านหลังของถัง แบริ่งและซีลน้ำมันติดตั้งอยู่ที่เพลา
- ส่วนอื่นๆ เช่น ถังผง ถ่วง ท่อ ที่อยู่ของเครื่องซักผ้า
แล้วอาการแบบไหนของเครื่องซักผ้าที่เป็นสัญญาณบ่งบอกว่าได้เวลา เปลี่ยนอะไหล่เครื่องซักผ้า กันแล้วนะคะคุณพ่อบ้านแม่บ้าน
- เตรียมผ้าเข้าถังไว้เรียบร้อยแล้วแต่น้ำไม่เข้าเครื่อง หรือสามารถเปิดเครื่องซักผ้าได้ตามปกติ แต่พอเติมน้ำเข้าถังเครื่องกลับไม่ทำงานซะอย่างนั้น หรือที่พบบ่อยเหมือนกันก็คือเครื่องยังคงทำงานได้ตามปกติ แต่ไม่ยอมปั่นและไม่มีการถ่ายน้ำทิ้ง นั่นเป็นสัญญาณที่กำลังบอกว่าการทำงานของเครื่องผิดปกติแล้ว
- เครื่องทำการปั่นผ้าปกติแต่ผ้ากลับไม่แห้ง ตรงนี้เป็นไปได้ว่าตัวกรองอากาศมีปัญหา อาจจะเกิดการอุดตัน ทำให้เครื่องไม่สามารถดูดอากาศเข้าไปได้ และการที่มีพวกคราบน้ำยาซักผ้า ย้ำยาปรับผ้านุ่ม หรือเศษผ้ามาอุดตันที่ช่องระบายน้ำทิ้ง ทำให้มอเตอร์เดรนไม่ยอมระบายน้ำทิ้งออกไปทำให้ผ้าไม่แห้งนั่นเอง
- ปุ่มกดเครื่องซักผ้าค้าง นี่ก็เป็นอีกหนึ่งปัญหาที่พบได้บ่อย อาจจะต้องระวังเป็นพิเศษ เพราะจุดนี้เป็นจุดที่มีไฟฟ้าไหลผ่านเสมอ อาจทำให้เกิดอันตรายแก่ผู้ใช้
- เครื่องซักผ้ามีเสียงดังขณะที่เครื่องกำลังทำงาน นั่นอาจเป็นเพราะระบบสายพานเสื่อมสภาพ ซึ่งอาจเป็นได้ว่าติดตั้งเครื่องซักผ้าในบริเวณที่มีความชื้นสูงก็เป็นได้
- เครื่องซักผ้าหมุนช้าผิดปกติ นั่นอาจเป็นเพราะส่วนของอุปกรณ์ที่เรียกว่า Capacitor เสื่อมสภาพมีผลทำให้ทำงานผิดปกติหรือฝืด ซึ่งเกี่ยวกับอายุการใช้งานที่ยาวนานทั้งนั้น

การแก้ปัญหาเองเบื้องต้น ในกรณีที่เครื่องซักผ้า มีความผิดปกติก็สามารถทำได้ค่ะ แต่ถ้าปัญหายังเกิดขึ้นซ้ำซากก็น่าจะ ต้องทำการเปลี่ยนอะไหล่เครื่องซักผ้าบ้างแล้ว เพราะหลายชิ้นส่วน อาจจะใช้มายาวนานแล้ว ทำให้เกิดการเสื่อมสภาพ ชำรุดหรือผุกร่อน ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของสายพาน มอเตอร์ ตรวจสอบเกียร์ หรือตรวจสอบคาปาซิสเตอร์
แล้วสัญญาณความผิดปกติของการ เปลี่ยนอะไหล่เครื่องซักผ้า มีอะไรบ้าง นี่คือสิ่งที่คุณจะต้องสังเกต ตรวจสอบ และหากจะต้องมีการซ่อมหรือเปลี่ยนชิ้นส่วนบางอย่างก็ทำได้เลยค่ะ
- เครื่องสั่นสะเทือนอย่างหนัก
- เสียงของเครื่องซักผ้าดังผิดปกติ ถ้าเป็นแบบนี้อาจ มีอุปกรณ์บางอย่างข้างในติดขัด
- กลิ่นแปลก ๆ ไม่พึงประสงค์ อาจเป็นกลิ่นที่เกิดจากระบบไฟ หรือ กลิ่นอับจากตัวถังก็ได้
- ค่าน้ำค่าไฟบานกว่าเดิมเยอะ อันนี้ต้องตรวจดูว่า มีรอยรั่วตรงไหนหรือเปล่า
คราวนี้เรามาดูพฤติกรรมที่เสี่ยงทำให้อะไหล่ของเครื่องซักผ้าเจ๊งกันบ้างนะคะ ว่ามีอะไรบ้าง
- ใช้งานเครื่องหนักจนเกินไป จริง ๆ แล้วเครื่องซักผ้าแต่ละยี่ห้อ แต่ละรุ่นจะมีขนาดความจุถัง บอกเอาไว้อย่างชัดเจนอยู่แล้ว แต่ถ้าหากใส่ผ้ามากจนเกินไปอาจทำให้ซักผ้าได้ไม่สะอาด เท่าที่ควร เพราะไม่มีพื้นที่ให้ผ้าขยับได้ และ ผงซักฟอกอาจจะเข้าไปไม่ทั่วถึง ที่สำคัญ คือ สามารถสร้างความทรมาน ให้กับเครื่อง หรือ ชิ้นอุปกรณ์ของเครื่องซักผ้า อย่างหนักหน่วงเลยก็ว่าได้ค่ะ
- ใส่ผงซักฟอกมากจนเกินไป นี่ก็เป็นอีกปัญหา หลายคนกลัวเสื้อผ้าไม่สะอาด และ เข้าใจว่าต้องใส่ผงซักฟอกลงไปมาก ๆ นี่เป็นความเข้าใจผิดด้วยเช่นกัน เพราะถ้าหากใส่มากเกินไปทำให้ซักไม่หมด ตกค้างกลายเป็นคราบด่าง ๆ ติดบนผ้าได้อีก และอาจจะทำให้ช่องใส่น้ำยา ที่กรอง และ ท่อน้ำของเครื่องซักผ้า เกิดการอุดตันได้ง่ายด้วย
- ปิดเครื่องซักผ้าไว้ตลอดเวลา การทำเช่นนั้น ทำให้เกิดความชื้อสะสมได้ง่าย ทำให้เกิดขอบยางโดย เฉพาะที่ขอบยางของฝา เมื่อนำผ้าออกจากเครื่องแล้ว ควรมีการเช็ดที่ขอบยางไม่ให้เปียกน้ำด้วย ถ้าปล่อยไปนานๆขอบยางอาจจะเสียจนทำให้น้ำรั่วออกมาได้
- ใส่ฝ้าลงถังแบบสะเปะสะปะ ไม่แยกประเภทของผ้าซักรวมกันหมด หรือ ไม่สำรวจตามกระเป๋าของกระโปรง เสื้อ หรือ กางเกงว่ามีอะไรอยู่หรือไม่ ถ้ามีเหรียญ มีกระดาษทิชชู ลูกอม ปากกา ควรเก็บออกให้หมด เพราะสิ่งเหล่านี้อาจจะไปติดที่ผ้าชิ้นอื่นที่ซักรวมกันก็ได้ และ ที่สำคัญด้วยแรงเหวี่ยงอาจจะไปกระทบชิ้นส่วนบางอย่าง ขณะซักผ้าจนเสียหายได้เช่นกัน

ถ้าจะกล่าวอย่างสรุป เมื่อมีปัญหาเกี่ยวกับเครื่องซักผ้า ควรที่จะต้องตรวจสอบการทำงานของมอเตอร์ ปั๊มน้ำ การอุดตันหรือการรั่วซึมของท่อ สายพานอยู่ในสภาพที่ใช้งานได้ดีหรือไม่ ถ้าไม่ ก็ควรที่จะ เปลี่ยนอะไหล่เครื่องซักผ้า รวมถึงความแน่นของขอบยางที่ฝาเครื่องด้วย ถ้าแก้ปัญหาด้วยตัวเอง แล้วก็ยังไม่เวิร์คอยู่ดี ให้ลองปรึกษาช่างหรือผู้เชี่ยวชาญที่จะให้คำแนะนำเกี่ยวกับการเปลี่ยนอะไหล่บางชิ้นเพื่อจะให้เครื่องสามารถทำงานได้ตามปกติต่อไปได้ หากสนใจก็สามารถโทรไปสอบถามได้เลย อะไหล่ คลิกที่นี่



